ขณะนี้ สถานการณ์ในยูเครนกำลังตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ โดยสหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร สงสัยว่า รัสเซียกำลังวางแผนการโจมตีเพื่อสร้างความชอบธรรมในการบุกเข้าไปในยูเครน หรือที่เรียกว่า “False Flag”
หากแปลตรงตัวแล้ว False Flag หมายถึง "ธงเท็จ" ซึ่งเป็นปฏิบัติการทางการเมือง หรือทางการทหารที่ถูกสร้างขึ้น หรือทำขึ้นเพื่อพยายามโทษว่า ฝ่ายศัตรูเป็นผู้ทำนั่นเอง
เหตุการณ์ในลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมานานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง หรือเป็นเพียงการจัดฉาก เพื่อจะสร้างความชอบธรรมในการเริ่มทำสงครามกับประเทศศัตรู ซึ่งคำว่า False Flag ถูกใช้ครั้งแรกเมื่อศตวรรษที่ 16 จากเหตุการณ์โจรสลัดชักธงประเทศที่เป็นมิตร เพื่อหลอกให้เรือสินค้ายินยอมให้แล่นเรือเข้าไปใกล้ได้ และอีกหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เช่น เยอรมนีบุกโปแลนด์ ปี 1939, สงครามระหว่างรัสเซียกับฟินแลนด์ ปี 1939, เหตุการณ์ที่อ่าวตังเกี๋ย ปี 1964, ชายชุดเขียวในไครเมีย, ชายแดนแคชเมียร์ ปี 2020 เป็นต้น
ต้องบอกก่อนว่า รัสเซีย ถือเป็นประเทศมหาอำนาจ และเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญในตลาดน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติของโลก ซึ่งความขัดแย้งครั้งนี้ ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงที่ซัพพลายพลังงานในตลาดโลกจะลดลง และจะมีผลกระทบกับหลายประเทศทั่วโลก
นอกจากนี้ เหตุการณ์ครั้งนี้ยังส่งผลให้ราคาน้ำมันทะลุเกิน 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งคาดว่า จะพุ่งสูงแตะระดับ 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ถือเป็นตัวเลขที่ทุบสถิติสูงสุดตลอดกาลเลยทีเดียว และคาดว่า จะดันระดับเงินเฟ้อโลกในครึ่งปีแรกให้สูงถึง 7.2% และในช่วงต้นปี 2565 นี้ วิกฤตยูเครน กลายเป็นความเสี่ยงที่สำคัญอย่างหนึ่งของโลกเลยก็ว่าได้