เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้
Forexlearning ใช้คุกกี้เพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลและพัฒนาประสบการณ์การใช้งานให้กับผู้ใช้ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
ค่าเงิน (มูลค่าของเงิน) คือ อำนาจในการซื้อสินค้าและบริการ หรืออำนาจในการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ซึ่งค่าเงินมีการเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่เรียกว่า “เงินแข็งค่าและเงินอ่อนค่า” โดยสาเหตุหลักเกิดจากปริมาณความต้องการและปริมาณเงินสกุลนั้น ๆ ซึ่งค่าเงินถือว่ามีความสำคัญกับนักลงทุนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะนักลงทุนในตลาด Forex ที่เป็นตลาดทำการซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ดังนั้น ทางทีมงานจึงได้เขียนบทความขึ้นมา โดยได้กล่าวถึงตั้งแต่ความหมาย, ปัจจัยที่ทำให้เกิดเงินแข็งค่าและเงินอ่อนค่า รวมถึงเงินแข็งค่าและเงินอ่อนค่า ส่งผลกระทบต่ออะไรบ้าง
1. เงินแข็งค่า คือ มูลค่าของเงินสกุลหนึ่ง มีค่ามากขึ้นจากเดิมเมื่อเปรียบเทียบกับเงินอีกสกุลหนึ่ง
ตัวอย่างเช่น
- 5 ปีที่แล้วจำนวนเงิน 36 บาทมีค่าเท่ากับ 1 ดอลลาร์สหรัฐ
- ปัจจุบันจำนวนเงิน 35 บาทมีค่าเท่ากับ 1 ดอลลาร์สหรัฐ
จากตัวอย่าง ปัจจุบันเราใช้เงินบาทแลก 1 ดอลลาร์สหรัฐด้วยจำนวนเงินที่น้อยลง แสดงว่าเงินบาทมีค่ามากขึ้น หรือที่เรียกว่า เงินแข็งค่า
2. เงินอ่อนค่า คือ มูลค่าของเงินสกุลหนึ่ง มีค่าน้อยกว่าเดิมเมื่อเปรียบเทียบกับเงินอีกสกุลหนึ่ง
ตัวอย่างเช่น
- 5 ปีที่แล้วจำนวนเงิน 35 บาทมีค่าเท่ากับ 1 ดอลลาร์สหรัฐ
- ปัจจุบันจำนวนเงิน 36 บาทมีค่าเท่ากับ 1 ดอลลาร์สหรัฐ
จากตัวอย่าง ปัจจุบันเราใช้เงินบาทแลก 1 ดอลลาร์สหรัฐด้วยจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้น แสดงว่าเงินบาทมีค่าน้อยลง หรือที่เรียกว่า เงินอ่อนค่า
สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดเงินแข็งค่าและเงินอ่อนค่า คือ ปริมาณความต้องการเงินและปริมาณเงินสกุลนั้น ๆ โดยแบ่งปัจจัยที่ส่งผลกระทบ ดังนี้
อัตราดอกเบี้ย เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าเงิน เพราะเป็นสิ่งที่มีผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุน หากประเทศใดมีการปรับตัวขึ้นของอัตราดอกเบี้ย เงินทุนจะไหลเข้าประเทศ และส่งผลให้นักลงทุนได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่า เช่น ประเทศไทยมีการปรับตัวของอัตราดอกเบี้ยเพิ่มสูงกว่าสหรัฐอเมริกา นักลงทุนจึงย้ายเงินดอลลาร์สหรัฐ มาเปลี่ยนเป็นเงินบาท เพราะนักลงทุนได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่า เงินบาทจึงมีความต้องการเพิ่มมากขึ้น และมูลค่ามากขึ้นหรือที่เรียกกันว่า “เงินแข็งค่า” นั่นเอง
ดุลการค้ามีความเกี่ยวข้องกับค่าเงินโดยตรง แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ การเกินดุลการค้า เกิดจากประเทศไทยมีการส่งออกมากกว่าการนำเข้า ส่งผลให้มีสกุลเงินต่างประเทศมากขึ้น และเงินต่างประเทศก็ถูกแลกเป็นเงินบาท ส่งผลให้ความต้องการเงินบาทมากขึ้น ส่วนการขาดดุลการค้า เกิดจากประเทศมีการนำเข้ามากกว่าการส่งออก เงินจึงมีการเคลื่อนย้ายออกจากประเทศ เงินบาทจึงถูกแลกเป็นเงินต่างประเทศ ทำให้ความต้องการเงินบาทลดลง
ค่าเงิน ถือว่ามีกระทบต่อการนำเข้าและการส่งออก ยกตัวอย่างเช่น ค่าเงินบาทแข็งค่ามากขึ้น โดยปกติแล้วสินค้า 1 ชิ้นสามารถจำหน่ายให้ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ในราคา 1 ดอลลาร์สหรัฐมีค่าเท่ากับ 36 บาท แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไปสินค้าราคา 1 ดอลลาร์สหรัฐเท่าเดิม แต่มูลค่าเงินบาทได้แข็งค่าขึ้น คือ 1 ดอลลาร์สหรัฐมีค่าเท่ากับ 35 บาท ดังนั้น จึงทำให้ผู้ส่งออกได้กำไรน้อยลง 1 บาทนั่นเอง
มูลค่าของเงินก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนควรจับตามอง เนื่องจากค่าเงินบ่งบอกถึงภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันของประเทศนั้น ๆ โดยเฉพาะตลาด Forex เนื่องจากเป็นตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตรา ซึ่งนักลงทุนใช้วิเคราะห์ก่อนตัดสินใจเทรด
กล่าวโดยสรุป ค่าเงิน คือ อำนาจในการซื้อสินค้าและบริการ หรืออำนาจในการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ โดยค่าเงินมีการเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่เรียกว่า เงินแข็งค่าและเงินอ่อนค่า ซึ่งเกิดจากหลายปัจจัยไม่ว่าจะเป็น อัตราดอกเบี้ย, ดุลการค้า, นโยบายธนาคารกลาง รวมถึงสถานการณ์ภายในประเทศ ซึ่งเงินแข็งค่าและเงินอ่อนค่า ส่งผลต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ, การนำเข้าและการส่งออก, การท่องเที่ยว รวมทั้งนักลงทุนโดยเฉพาะนักลงทุนในตลาด Forex ดังนั้น นักลงทุนจึงต้องติดตามคู่เงินของประเทศที่ตนเองเทรด โดยเฉพาะสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่เป็นสกุลเงินที่ได้รับความนิยมในการเทรด นอกจากนี้ เราต้องติดข่าวสารที่ส่งผลต่อค่าเงินประเทศนั้น ๆ ด้วย เพื่อที่เราจะทำการวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าเงิน ก่อนตัดสินใจเทรด
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สามารถศึกษาความรู้เพิ่มเติมดังนี้
คอร์สเรียนสำหรับมือใหม่ ฟรี!! : คลิกที่นี่
คลังบทความความรู้เพิ่มเติม : คลิกที่นี่
บทความรีวิวโบกเกอร์เพิ่มเติม : คลิกที่นี่
บทวิเคราะห์รายวัน : คลิกที่นี่